สถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง UMI) ฉลองอย่างอบอุ่นครบรอบ 30 ปี
แห่งการพัฒนาและขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดขอนแก่น

31 สิงหาคม 2569 สถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI)จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งการก่อตั้ง ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทยโดยมีคณะสภาสถาบันฯ เจ้าหน้าที่ ตัวแทนทนทางการทูต ตลอดจนอดีตผู้บริหารและผู้บริหารคนปัจจุบันร่วมตอกย้ำความสำเร็จตลอด 3 ทศวรรษแห่งการพัฒนามนุษย์ ขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั่วอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion. GMS) งานเฉลิมฉลอง ณ จังหวัดขอนแก่น จัดขึ้นต่อเนื่องจากงานกาลาดินเนอร์ ครบรอบ 30 ปี ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้เน้นย้ำถึงเส้นทางการดำเนินงานระดับภูมิภาคและความร่วมมือต่าง ๆ ที่ร่วมหล่อหลอมสถาบันฯ เรื่อยมา การจัดงาน ณ จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สถาบันฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรและเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ พร้อมทั้งร่วมทบทวนบทบาทภารกิจขององค์กร ณ ถิ่นกำเนิด อันเป็นที่ตั้งของสถาบันฯ”การจัดงานเฉลิมฉลอง ณ จังหวัดขอนแก่นในวันนี้ คือการแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งในเดินทางของสถาบันฯ มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น และยังเป็นห้วงเวลาสำคัญที่เราจะได้ทบทวนอดีต พร้อมทั้งมองไปสู่อนาคตในบทใหม่ของสถาบันฯ”




นายสุริยัน วิจิตรเลขการ กล่าวในโอกาสเสร็จสิ้นการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร(Executive Director) คนที่ 6 ของสถาบันฯในวันจัดงานเฉลิมฉลองดังกล่าวในการนี้ ฯพณฯ สมบูน สิหานาถ (H.E. Mr. Somboun Sihanath) ประธานสภาสถาบันฯ และอธิบดีกรมเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะตัวแทนคณะสภาสถาบันฯ ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นวรัตน์ วราอัศวปติ รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกล่าวแสดงความยินดีและขอบคุณ นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังได้รับเกียรติจาก นายจาง เจิ้ง (Mr. Zhang Zheng) รักษาการกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น และนายทินกร สุสะดิ (Mr. Thinnakone Susady) รองกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองและสะท้อนถึงเส้นทางการพัฒนาของสถาบันฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2539 จากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย รัฐบาลนิวซีแลนด์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะวิวัฒน์สู่การพัฒนาขึ้นเป็นองค์การระหว่่างรัฐบาลที่มีความเป็นอิสระ(Intergovernmental Organization: IGO) และเป็นเวทีระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาศักยภาพ การเจรจาหารือ และความร่วมมือ หมุดหมายสำคัญทางสถาบัน ได้แก่การลงนามในกฎบัตรสถาบันฯ (MI Charter) เมื่อปี พ.ศ. 2546 การทำความตกลงว่าด้วยที่ตั้งสำนักงานใหญ่กับรัฐบาลไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และการได้รับการรับรองสถานะเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อปี พ.ศ. 2552 ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพผู้นำ เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนบทสนทนาที่ร่วมกำหนดทิศทางความคิดระดับภูมิภาค และประสานความร่วมมือเพื่อแปลงแนวคิดไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ สถาบันฯ ได้ฝึกอบรมบุคลากรโดยตรงเกือบ 33,000 คน และส่งผ่านความรู้ไปยังผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมอีกกว่า 208,000 คนทั่วภูมิภาค บทบาทของสถาบันฯ ในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับรางวัล ASEAN Prize ในปี พ.ศ. 2564 และเหรียญรางวัลการพัฒนาชนบท Aziz-Ul Hag ในปี พ.ศ.2567 หมุดหมายสำคัญและเรื่องราวประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดแสดงผ่านนิทรรศการ “MI Legacy Wall” ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของสถาบันฯ ผ่านภาพถ่ายและสื่อทัศนูปกรณ์ เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรมากมายที่มีส่วนร่วมในการเติบโตของสถาบันฯ


ภายในงานยังได้มีการเปิดตัววิดีโอแนะนำองค์กรชุดใหม่ในชื่อ “Built for People, Partnership, and Progress”ตามด้วยการร่วมร้องเพลง “Mekong Spirit” ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งสถาบันที่ประพันธ์โดย ดร.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการบริหารคนแรกของสถาบันฯ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ภายได้กรอบยุทธศาสตร์ใหม่และผู้นำคนใหม่ สถาบันฯ ยังคงมุ่งมั่นผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาค ผ่านกระบวนการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ (Nexus Solutions) ในประเด็นความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์รวมถึงท้าทายใหม่ ๆ ที่เป็นประเด็นร่วมกันในภูมิภาค

เพื่อเตรียมพร้อมสู่บทใหม่ของสถาบันฯ ดร.อนุลักษ์ กิตติคุณ (Dr. Anoulak Kittikhoun) ผู้อำนวยการบริหารคนใหม่ของสถาบันฯ ได้ร่วมส่งสารแสดงความยินดีและแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจ ในโอกาสเตรียมเข้ารับตำแหน่งเพื่อนำพาองค์กรสืบไป














