มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ เทศบาลเมืองมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จัดเสวนาเวที “อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในมือท้องถิ่นไทย” ปีที่ 2 เนื่องในโอกาสวันท้องถิ่นไทย 18 มีนาคม ของทุกปี หัวข้อ “พลังท้องถิ่นสกัดกันบุหรี่ไฟฟ้า: มุ่งพัฒนาการศึกษาเศรษฐกิจ และสุขภาพคนในชุมชน” ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์ของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสังคมทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการศึกษา การปกป้องเยาวชนและประเทศชาติจากภัยคุกคามนี้ จำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน
17 มีนาคม 2569 ณ เทศบาลเมืองมหาสารคาม เวลา 08.00-12.00 น ณ เทศบาลเมืองมหาสารคาม จัดกิจกรรมเวที อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในเมืองท้องถิ่น ปีที่ 2 จังหวัดมหาสารคาม เพื่อการนำเสนอและต่อยอดองค์ความรู้ นโยบาย และการขับเคลื่อนงานควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อศึกษาบทเรียนการดำเนินงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตัวแทนประเทศไทยชิงรางวัลอาเซียนปลอดบุหรี่ ASEAN Smoke-Free Award ประจำปี 2569 และเพื่อสร้างกระแสน”ท้องถิ่นไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” เนื่องในวันท้องถิ่นไทย 18 มีนาคม ของทุกปี

นายโกพัสต์ สมสาร์ รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวต้อนรับ และมอบหมายให้ทีมงานนำเสนอและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน เทศบาลเมืองมหาสารคามปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1 การดำเนินงานของเทศบาลเมืองมหาสารคาม ส่วนที่ 2 การดำเนินงานของภาคีในพื้นที่ อย่างครอบคลุมครบถ้วนและมีผลความก้าวหน้าเป็นที่พอใจเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่อย่างไรก็ตามผู้ทรงคุณวุฒิต่างให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์เพื่อยกระดับการดำเนินงาน
เช่น ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่,ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย,นางสาวบังอร ฤทธิภักดี เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และที่ปรึกษาอาวุโสมูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่,นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข,ผศ.ดร.ศรัณญา เบญจกุล นักวิชาการด้านสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,นางสาวสุจิตรา อาวเรือง ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันโรค กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย,ดร.นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น,นพ.พิทยภูมิ สิริเพาประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 7,ผู้แทนสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สุดท้าย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการกล่าวขอบคุณ เทศบาลเมืองมหาสารคามและภาคีเครือข่ายทุกท่านที่ได้เสียสละเวลาทุ่มเทกำลังความสามารถเพื่อการรณรงค์การขับเคลื่อนงานควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น




ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันคณะได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเพื่อร่วมเวลาเสวนา หัวข้อ “พลังท้องถิ่นสกัดกันบุหรี่ไฟฟ้า: มุ่งพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ และสุขภาพคนในชุมชน” ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์ของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสังคมทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการศึกษา การปกป้องเยาวชนและประเทศชาติจากภัยคุกคามนี้ จำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน “พลังท้องถิ่นสกัดกั้นบุหรี่ไฟฟ้ามุ่งพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ และสุขภาพคนในชุมชน”

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า การสูบบุหรี่และยาสูบทุกชนิดกระทบชุมชน ซ้ำเติมครอบครัวยากจน ขาดเงินซื้ออาหาร-ส่งลูกเรียน และทำลายสุขภาพคนในบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งขณะนี้อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่าในระยะเวลาเพียง 7 ปี บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นประตูสู่บุหรี่มวนและยาเสพติดชนิดอื่น (Gateway Efect) ที่สำคัญ นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าคือสารพิษที่ทำลายสมองของเด็กและเยาวชนที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมอารมณ์และสมาธิไปตลอดชีวิต

ผศ.ดร.เนตรชนก จันทร์สว่าง รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เผยว่า บุหรี่ไฟฟ้าบันทอนสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ ส่งผลกระทบต่อการศึกษาทุกระดับ สิ่งนี้น่ากังวลมากเมื่อเทียบกับดัชนีการพัฒนาเยาวชนของไทยที่รั้งท้ายประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามและสิงคโปร์ ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทั้งนี้ แม้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ไม่ได้บังคับให้มหาวิทยาลัยเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% แต่การพิจารณาไม่ให้มีเขตสูบบุหรี่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นแนวทางที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองของนักศึกษาและบุคลากร และช่วยกระตุ้นการเลิกสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าได้ในอนาคต และเสริมยืนยันว่าการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายไม่ช่วยสร้างรายได้ภาษีอย่างคุ้มค่า บทเรียนจากฟิลิปปินส์และมาเลเซียชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเปิดเสรีทำให้เก็บภาษียาสูบโดยรวมได้ลดลง และมีสินค้าหนีภาษีเกลื่อนเมือง ในทางกลับกัน ธุรกิจยาสูบสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้ไทยมหาศาล ผู้ได้ประโยชน์จะมีเพียงนายทุนต่างชาติและผู้นำเข้าเท่านั้น

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีมาตรการทางกฎหมายที่ดีอยู่แล้ว ทั้งการห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด แต่ปัญหาหลักคือการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เด็ดขาด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ทั้งในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานปกครองและหน่วยงานสาธารณสุข
ด้าน นายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ในฐานะที่เทศบาลเมืองมหาสารคามเป็นตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมควรเป็นตัวแทนประเทศไทยเสนอชื่อชิงรางวัลอาเซี่ยนปลอดบุหรี่ ประจำปี 2569 กล่าวว่า เป้าหมายมหาสารคาม Smart City อันประกอบด้วย เมืองแห่งการลดปัจจัยเสี่ยง เมืองสุขภาพ และเมืองแห่งการเรียนรู้ คือการใช้ศักยภาพของเราในการบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรมเทศบาลเห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ผ่านการศึกษาและสุขภาพ ความท้าทายต่อไปคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมไปถึง การปกป้องเยาวชนจากการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า อย่างที่ผมเคยพูดไว้เสมอ “บุหรี่ไฟฟ้าเคาะประตูหน้าบ้าน เข้าไปถึงทุกชุมชน ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ ลูกหลานเราถือพอตสูบกันทุกคน เราจะแก้ไขอย่างไร”
ท้ายที่สุด นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิฯ และผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทนประกาศว่าเทศบาลเมืองมหาสารดาม เป็น 1 ใน 2 ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเทศไทย ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดโดน จ.กาฬสินธ์ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอาเซียนปลอดบุหรี่ ประจำปี 2569 จากสำนักเลขาธิการอาเซียน โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลอดบุหรี่เข้มแข็ง
บทสรุปจากเวที “อนาคตการควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในมือท้องถิ่นไทย” ปีที่ 2 พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง ต่อทั้งระบบการศึกษา สุขภาพ และความมั่นคงของเยาวชนไทย โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงด้านพฤติกรรมรุนแรงและการใช้ยาเสพติดชนิดอื่น การอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือสร้างรายได้ภาษีให้รัฐอย่างคุ้มค่า ดังที่พบเห็นตัวอย่างความล้มเหลวในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเชียและฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาเยาวชนยังบั่นทอนสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีการพัฒนาเยาวชนไทยตกต่ำลงเมื่อเทียบกับระดับสากล ดังนั้น การคงมาตรการห้ามขายและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องอนาคตของชาติมากกว่าการหวังผลกำไรจากภาษีบาป โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2569 ณ ห้องประชุมพระบรมธาตุนาดูน มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม



































